top of page

พบ 18 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • About | Finale Academy

    about us FINALE ACADEMY Workpoint Entertainment และ Dreambox Acting Studio Workpoint คือเจ้าของช่อง ผู้ผลิตรายการและผู้ผลิตละครที่มีผลงานทั้งในและต่างประเทศ Dreambox เป็นบริษัทผู้ผลิตละครเวที ละครเพลงมิวสิคัลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแง่ของคุณภาพและการสร้างสรรค์ มีผลงานการสร้างสรรค์โปรดักชันให้กับงานอีเว้นท์ระดับชาติมาหลายงาน เช่น แม่น้ำของแผ่นดิน, พระมหาชนก เดอะ ฟีโนมินอน ไลฟ์ โชว์ เป็นต้น การจับมือกันในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันของบริษัทที่มีทักษะความเชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ทางด้านการแสดงครอบคลุมงานบันเทิงรอบด้าน - ละครเวที งานแสดงทีวีและภาพยนตร์ ที่เล็งเห็นประโยชน์ระยะยาวของการบ่มเพาะคุณภาพมาตรฐานสำหรับนักแสดงอาชีพรุ่นใหม่เข้าสู่วงการ Finale Academy คือโรงเรียนสอนการแสดงที่ผนึกกำลังจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังละครเวที วงการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ เพื่อสร้างมาตรฐานการเรียนการแสดงที่แข็งแกร่ง และสร้างผลสัมฤทธิ์ไปสู่ความเป็นมืออาชีพที่เป็นมาตรฐานสากล เรามุ่งหวังที่จะเป็นโรงเรียนฝึกฝนวิชาชีพศิลปะการแสดงระดับสากลที่เอาจริงเอาจังแบบมืออาชีพเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของวงการบันเทิงไทยเป็นสำคัญ จึงเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นศูนย์รวมของ ”โอกาส” ซึ่งมาพร้อมกับทักษะความสามารถที่หลากหลายให้กับนักเรียนการแสดงของเราได้จริงเมื่อได้ผ่านหลักสูตรระยะยาวต่อเนื่อง ทุกคนจะรู้จักประเมินศักยภาพส่วนตัวจากการค้นพบเส้นทางอาชีพในวงการ ไม่ว่าจะเป็น งานละครเวที งานแสดงซีรีส์และภาพยนตร์ งานพากย์เสียง งานพิธีกร ฯลฯ มีโอกาสพบปะผู้จัดละคร แคสติ้ง ค่ายเพลง นักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง สอนโดยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และศักยภาพขั้นสูง ในสาขาต่างๆ รวมทั้งมี Hand on Experience ได้ลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่ในบทเรียน นี่คือโอกาสที่สำคัญในการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิบัติที่ช่วยพัฒนาทักษะ ศักยภาพ ความสามารถของนักเรียนของเราได้อย่างแท้จริง เราคือสถาบันฝึกสอนการแสดงที่เป็นกลาง เปิดกว้าง พร้อมเป็นพันธมิตรกับทุกกลุ่มที่มีความมุ่งหวังผลักดันมาตรฐานวงการบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักสากล เราหวังว่า ผลงานการแสดงโชว์เคส จะเป็นช่องทางเชื่อมต่อ demand & supply ให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลตอบรับดีจากผู้คนทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดกับวงการการแสดงและอุตสาหกรรมบันเทิงในบ้านเราต่อไป Download Course Catalog

  • Finale Com-Card | Finale Academy

    Finale Com-Card Finale Academy เปิดโอกาส สนับสนุน และส่งเสริมให้นักเรียนได้ไปมีผลงานหรือร่วมงานกับองค์กรต่างๆ ใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามที่ เบอร์ : 061-1836678 / 081-5534442

  • Student Projects | Finale Academy

    Student Projects ผลงาน Show case จบการศึกษา และ กิจกรรมต่างๆของนักเรียนสถาบัน Finale Academy

  • Teacher’s profile | Finale Academy

    Teacher’s Profile ครูลิง สุวรรณดี จักราวรวุธ เป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการละครเวที และวงการบันเทิง ทั้งจากบทละครในประเทศไทย และบทละครที่แปลและ/หรือดัดแปลงที่มาจากต่างประเทศ เป็นผู้สอนการแสดงให้กับนักแสดงมาแล้วเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่จนเติบโตและมีชื่อเสียงในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งโรงละครกรุงเทพ ร่วมก่อตั้งบริษัท ดรีมบอกซ์ จำกัด และเป็นอาจารย์พิเศษด้านการแสดงและกำกับการแสดงในหลายมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ที่ปรึกษาหลักสูตร อาจารย์สอนการแสดงขั้นสูงที่ Finale Academy อีกด้วย ครูลิงมีผลงานสร้างสรรค์การแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ทั้งละครเวที ละครเพลง ละครโทรทัศน์ มหกรรมการแสดง งานแสดงแสงสีเสียง รายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก ได้รับรางวัลมากมาย อันได้แก่ “แม่นาค เดอะ มิวสิคัล” (ได้รับรางวัล PM’s Creative Awards 2010), “นางพญางูขาว เดอะ มิวสิคัล” (A.I.C.T. Awards 2013 ในสาขา Best Musical) ละครเพลงกลางน้ำสุดอลังการ เรื่อง “พระมหาชนก เดอะ ฟีโนมีนอล ไลฟ์ โชว์” (ได้รับรางวัล Event of the Year AFECA ในงาน Asian Awards 2016) และได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “ศิลปินศิลปาธร” สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2560 จากสำนักศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ครูเอื้อ เอื้ออาทร วงศ์ศิริ จบการศึกษาระดับปริญญาโท MA ในสาขา International Performance Research จาก University of Helsinki and University of Tampere ประเทศฟินแลนด์ และ University of Warwick, สหราชอาณาจักร และเป็นชาวไทยคนแรกที่ได้รับทุน Erasmus Mundus จากสหภาพยุโรปเพื่อไปศึกษาต่อทางด้านการละครและการแสดง ซึ่งขณะที่ยังศึกษาอยู่ในหลักสูตรระหว่างรับทุนนั้น ยังได้ฝึกงานที่ Soho Theatre ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ครูเอื้อ เติบโตและคุ้นเคยกับละครเวที ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มมีผลงานการแสดงครั้งแรกตั้งแต่อายุ 7 ปี มีผลงานละครโทรทัศน์ และรับบทบาทอยู่เบื้องหลังการแสดงของดรีมบอกซ์ และโปรเจ็กต์ซึ่งจับมือกับองค์กรอื่น ทั้งงานที่เป็นงานสร้างสรรค์เชิงศิลปะและงานสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ มีทั้งงานละครเวที ละครเพลง ละครต่างประเทศ และเป็นอาจารย์พิเศษ ผลงานที่เป็นที่รู้จักได้แก่ การควบคุมโปรดักชั่นพากย์ การ์ตูนอะนิเมชันฟอร์มใหญ่เรื่อง ๙ ศาสตรา, บริหารจัดการส่วนการแสดง พระมหาชนก The Phenomenon Live Show, งานแสดง The Great Volcano & The Extinction Live Show, การแสดง Dinosaur Planet และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งยังเคยร่วมสอนในโจทย์สัปดาห์ละครเพลงในรายการ Academy Fantasia ปีที่ 10 ด้วย ในปี 2018 ได้ก่อตั้ง Dreambox Acting Studio เพื่อสอนการแสดง ละครเพลง มิวสิคัล และออกแบบท่าเต้นและลีลาสำหรับการแข่งร้องเพลงต่างๆ รวมทั้งฝึกสอนศิลปินค่ายเพลงด้วย ครูกิ๊ฟ ลลดา กุศลศักดิ์ มีความสนใจทางด้านการแสดงและการละครมาตั้งแต่สมัยเรียน จบการศึกษาจากภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบก็ได้ทำงานในแวดวงการแสดง ทั้งงานเบื้องหลังละครเวทีและละครโทรทัศน์ ทั้งในฐานะผู้ฝึกสอนการแสดง ผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง ผู้กำกับเวที และอื่น ๆ ทำหน้าที่ฝึกสอนการแสดงให้กับนักแสดงหน้าใหม่ เช่น Power 3 ทั้งรุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ของช่อง 3 เป็นผู้ฝึกสอนการแสดงของนักเรียนการแสดงรุ่นที่ 9 ของโรงเรียนบางกอกการละคอน (Bangkok Drama Academy) สังกัด BEC-TERO และ ไทยทีวีสีช่อง 3 นอกจากนี้ ยังมีผลงานการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงละครและซีรีส์หลายเรื่อง อันได้แก่ ละครซิทคอม “มันนี่ที่รัก” (ช่อง TPBS) ละครโทรทัศน์ “สะใภ้สายลับ” (ช่อง 3) “กุหลาบซ่อนกลิ่น” (ช่อง 3) “ซิ่นลายหงส์” (ช่อง 8) ซีรีส์ “เกมริษยา” (ช่อง Workpoint) และผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงโชว์ “สยามนิรมิต” จัดแสดง ณ โรงละครสยามนิรมิตด้วย รวมถึง เป็น Acting Coach ดูแลการแสดงให้นักแสดงในละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง อันได้แก่ “บัลลังก์ดอกไม้” (ช่อง 3) “น่ารัก” (ช่อง 3) “พี่เลี้ยง” (ช่อง 8) เป็นต้น ในส่วนงานละครเวที ครูกิฟท์ยังได้ร่วมสร้างสรรค์งานกับดรีมบอกซ์อยู่เสมอและยังฝึกสอนการแสดงให้กับละครเวทีของ Workpoint เรื่อง “นิทานหิ่งห้อยเดอะมิวสิคัล” อีกด้วย ครูโบ๋ นภัสรพี สุนทรธิรนันทน์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Comparative Literature จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกรดเฉลี่ย 4.00) โดยได้รับทุนรางวัลเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระชนมายุ 72 พรรษา ครูโบ๋เป็นนักแสดงเบื้องหน้าและทำงานเบื้องหลังในละครเวทีและละครเพลงของ Dreambox หลายเรื่อง ได้แก่ คู่กรรม เดอะมิวสิคัล, แม่นาค เดอะ มิวสิคัล, Fame the Musical, ปริศนา เดอะมิวสิคัล, Dreamgirls the Musical, ราตรีที่สิบสอง, รอยรักรอยฆาตกรรม, นางพญางูขาว เดอะ มิวสิคัล, มอม เดอะ มิวสิคัล, ซ้อน A New Musical, นางฟ้า เดอะ มิวสิคัล, น้ำเงินแท้ เดอะ มิวสิคัล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังดูแลและรับผิดชอบหลักในกลุ่มวิชาสายการแสดง (Acting) และ วัฒนธรรมศึกษาและการสร้างสรรค์ (Cultural Studies and Creativity) ประจำหลักสูตร สาขา Live Event Creation and Management และสาขา Creative Commercial Communication คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เป็น co-lecturer และ course designer ของรายวิชาร่วม Concert & Venue Management, Cultural Event & Festival Managament และ Field Work Business & Leisure Management ให้กับนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติ Creative Communication, Graduate School มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เคยสอนการแสดงที่โรงเรียนบางกอกการละคอน และ Dreambox Acting Studio ครูแจน วสุธิดา ปุณวัฒนา หนี่งในนักแสดงละครเวทีไทยที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงการแสดงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แจนจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกขับร้องสากล และ จบหลักสูตรการแสดงจาก The Lee Strasberg Theatre and Film Institute – New York กว่า 8 ปีในการใช้ชีวิตทั้งเรียนและทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านมิวสิคัล หนัง โฆษณาในมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้แจนมีโอกาสร่วมงานกับนักร้อง นักแสดงและทีมงานที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา รวมถึงการเดินทางไปทำการแสดงในที่ต่างๆทั้งในฐานะนักแสดงเบื้องหน้าและทีมงานเบื้องหลัง ครูแจนหลงใหลในการแสดง พร้อมไปกับการสอนเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่มีให้กับผู้ที่สนใจ แจนสอนร้องเพลงและสอนการแสดงที่ Dreambox Acting Studio และสอนวิชาการละครที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และเป็น Acting coach ให้กับงานต่างๆ ผลงานการแสดงที่ผ่านมา อาทิเช่น ซ้อน เดอะมิวสิคัล, มอม เดอะมิวสิคัล, Fame the Musical, น้ำใสใจจริง เดอะมิวสิคัล, แม่นาค เดอะมิวสิคัล, ดอกไม้แห่งสยาม วัฒนา 5 แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล, สามสาวทรามทราม, รักสยามสถานี, คอนเสิร์ตสุชาติ ชวางกูร, 54Below Concert, Lincoln Center Concert, Comfort Women – A New Musical (Off-Broadway), The Wave, The Music Man และ Original Play อีกมากมาย ครูเต๋า สโรชา วาทิตตพันธ์ นักแสดง ครูสอนการแสดง Acting Coach และ พิธีกร เป็นหนึ่งในคนวงการบันเทิงที่มีชื่อเสียงและมีผลงานคุณภาพต่อเนื่องมากมาย แสดงบทบาทได้อย่างหลากหลาย ด้วยความสามารถในการเข้าถึงการแสดงอย่างเข้มข้นในทุกบทบาท ทำให้ครูเต๋า-สโรชา เคยได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 19 สาขานักแสดงสนับสนุนหญิงดีเด่น จากละครเรื่อง รักแผลงฤทธิ์ (ช่อง 3) และยังเคยได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 2 สาขา นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง เรือนไม้สีเบจ (ช่อง3) และรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 4 สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง นางบาป (ช่อง3) นอกจากนี้ ครูเต๋าเป็นครูสอน acting ประจำบ้าน AF 12 ในรายการ True Academy Fantasia (True Visions) และรายการ : Martial warrior ชิงฝัน แอ๊กชั่น สตาร์ (ช่อง7) และเป็นโค้ชรับเชิญในรายการ พร้อมเพย์ พูดโดน โอนไว (ทาง ALTV ช่องหมายเลข 4) นอกจากนี้ ครูเต๋า-สโรชา ยังสอนการแสดงและเป็น Acting Coach ให้กับนักแสดงมืออาชีพมากมาย และยังเป็นพิธีกรรายการสโร-โก (Saro-go) ทางช่อง Travel Channel True Vision ช่อง 73 ด้วย ครูลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ (วิทยากรพิเศษด้านการขับร้อง) เป็นนักร้อง นักแสดง ดีเจ โฆษกพากย์โฆษณา ที่สั่งสมฝึกปรือประสบการณ์อันหลากหลายอย่างต่อเนื่องในวงการบันเทิงร่วม 20 ปี และเป็นหนึ่งในศิลปินคุณภาพคนหนึ่งของประเทศไทย ครูลูกหว้าได้ก้าวเดินบนเส้นทางการร้องเพลงมาตั้งแต่สมัยเรียน เคยเป็นนักร้องประจำวงดนตรีสโมสรนิสิตจุฬาฯ (CU Band) ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักจากการเป็นนักร้องหญิงของวง ดูบาดู (Doobadoo) ที่มีเพลงดังอย่าง "ไม่ใช่ผู้ชาย", "โอ้ใจเอ๋ย" อัลบั้มดูบาดูได้รับรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมจาก คมชัดลึกอวอร์ด และ แฮมเบอร์เกอร์อวอร์ด ปี 2548 ต่อมามีผลงานเดี่ยว อัลบั้ม พิจิกา ในปี 2556 มีเพลงเป็นที่รู้จัก อย่าง “นิดนึง” “อยู่ๆก็มาปรากฏตัวในหัวใจ” “แอบเจ็บ” และเพลงประกอบภาพยนตร์และละครมากมาย ครูลูกหว้ายังมีผลงานเป็นดีเจ เริ่มเล่นละครเวทีตั้งแต่ยังเป็นนิสิต เรื่องแรกคือ กาลคืนหนึ่ง เป็นละครเวที นิเทศ จุฬาฯ ต่อมาได้ร่วมงานกับค่ายดรีมบอกซ์ในละครเพลงเรื่อง คู่กรรม เดอะมิวสิคัล ถือเป็น การเริ่มต้นบทบาทการเป็นนักแสดงสายเวที ต่อมามีโอกาสร่วมแสดงในหลากหลายบทบาทให้กับหลายคณะละคร นอกจากนี้ ยังฝากฝีไม้ลายมือทางการแสดงในภาพยนตร์และโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง และยังเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ แบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการขับร้อง ด้านละครเพลง รวมถึง ด้านการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ในธุรกิจดนตรีให้กับหลายสถาบันอีกด้วย ครูน้ำมนต์ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย (วิทยากรพิเศษด้านการขับร้อง) เป็นหนึ่งในนักร้อง นักแสดงหญิง และครูสอนร้องเพลงคุณภาพของประเทศไทย ครูน้ำมนต์สามารถร้องเพลงได้ในหลายรูปแบบ ทั้งแนวคลาสสิก แนวละครเพลง แนว ป๊อป แจ๊ส ไทยลูกกรุง รวมถึงเพลงจากภาพยนตร์และละครเพลง ต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึง ได้ร่วมร้องเพลงในงานดนตรีที่สำคัญของประเทศ ด้วยหัวใจที่หลงใหลในเสียงเพลง และน้ำเสียงที่ไพเราะกังวานเป็นเอกลักษณ์ ครูน้ำมนต์ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ให้เสียงร้องเพลงภาคภาษาไทยในภาพยนตร์การ์ตูนมากมาย อาทิ เรื่อง The Pebble and the Penguin (Warner Brothers ปี 2538) รวมทั้งยังเป็นผู้ให้เสียงร้องเพลงภาคภาษาไทยในบท Pocahontas ในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Pocahontas II: Journey to a New World ด้วย ครูน้ำมนต์ยังมีผลงานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ได้แก่ เพลงประกอบภาพยนตร์ดิสนีย์ เรื่อง "มหัศจรรย์รักข้ามภพ " (Enchanted) ละครโทรทัศน์เรื่อง “ดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน” เรื่อง “สาปภูษา ” "บ่วง " "มงกุฎดอกส้ม " เรื่อง “อมฤตาลัย” และ "มัจจุราชสีน้ำผึ้ง " ครูน้ำมนต์เป็นหนึ่งในนักแสดงละครเพลงที่ได้รับการยอมรับในฝีไม้ลายมือทางการแสดงและความสามารถด้านการขับร้องที่มีคุณภาพระดับแถวหน้า และได่ร่วมงานกับดรีมบอกซ์ในละครเพลงที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายเรื่อง นอกจากนี้ ยังมีผลงานร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ ซีรีส์ และภาพยนตร์ด้วย อันได้แก่ เรื่อง “หัวใจใกล้รุ่ง ” “คืนฝันลวง ” และ ภาพยนตร์ “อโยธยามหาละลวย” ครูอันฉี มนัสนันท์ อักษรถึง เป็นนักร้อง ครูสอนร้องเพลงมากความสามารถ สามารถสอนและร้องเพลงได้หลากหลายสไตล์ ทั้งเพลงป๊อป เพลงคลาสสิกโอเปร่า ป๊อป-โอเปร่า เพลงมิวสิคัล เพลงจีน เพลงไทย และเพลงสากล (ตะวันตก) ครูอันฉีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดนตรีปฏิบัติ เอกขับร้องคลาสสิก และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอเคยได้รับทุนการศึกษาของรัฐบาลออสเตรีย (OeAD Scholarship) ไปศึกษาแลกเปลี่ยนด้านการขับร้องที่ University of Music and Performing Arts ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ครูอันฉีเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการประกวด The Voice Thailand Season 4 ในปี 2015 ซึ่งครูอันฉีสามารถฟันฝ่าเข้าไปได้ถึงรอบ semi-final (รอบการแสดงสด) และได้รับสมญานามว่า “นักร้องเสียงเวิร์ลคลาส” จากผลงานที่เธอเคยสร้างไว้บนเวที “The Voice Thailand 4” ทั้งเพลง “The Prayer” และ เพลง “บัลลังก์เมฆ” และกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรายการ “The Voice All Stars” ในปี 2022 ปัจจุบัน ครูอันฉีเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครูดาว ตรีดาว อภัยวงศ์ สุขุม เป็นอาจารย์ นักวิชาการ วิทยากร และครูสอนการแสดงที่มีประสบการณ์ และเป็นที่รู้จักในวงการ ครูดาวเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่จบการศึกษาปริญญาตรีอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาศิลปการละคร (เกียรตินิยม) ในปี พ.ศ. 2541 จากนั้นจึงได้ลาราชการไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านการแสดงและการกำกับการแสดง Master Degree in Theatre Practice, Drama and Music Department, University of Exeter ณ สหราชอาณาจักร จากนั้นจึงได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นอาจารย์พิเศษในปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์ 20 ปีในการนำความรู้และการจัดการด้านศิลปะการละครมาประยุกต์ใช้ในการบริหารการสื่อสารมวลชนผ่านการพัฒนาบุคลากรในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นวิทยากรและที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ในการนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการกำกับและดูแลด้านการสื่อสารบุคคลและองค์กร เป็นวิทยากรพิเศษด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้านการแสดง ให้กับนักแสดง บริษัทเอกชน และหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้อบรมการแสดงให้กับนักแสดงในโครงการและบริษัทต่าง ๆ มากมาย เป็นผู้ฝึกสอนการประยุกต์ใช้ทักษะการแสดงในงานพิธีกรที่ Dreambox Acting Studio ด้วย ครูทราย อนพัทย์ ขจิตสุวรรณ จบการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติด้านการจัดการทางวัฒนธรรม (Cultural Management, major in Theatre Management) บัณทิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกนาฏยศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์การฝึกอบรมและการศึกษาด้านการเต้น ได้รับประกาศนียบัตรด้านการสอนบัลเล่ต์ หลักสูตร Certifitcate in Ballet Teaching (CBTS) จากสถาบัน Royal Academy of Dance ประเทศอังกฤษและสำเร็จการเต้นบัลเล่ต์ระดับสูง (Advance2) จาก Royal Academy of Dance ประเทศอังกฤษ ได้รับประกาศนียบัตรด้านการสอนระบำสเปนหรือระบำฟลาเมนโก้หลักสูตร Instructor de Baile Espanol จากสถาบัน Spanish Dance Society และจบการเต้นระบำสเปนระดับสูงสุดจากสถาบัน Spanish Dance Society มีประสบการณ์ด้านการสอนบัลเล่ต์ แจ๊สแดนซ์ และระบำสเปนให้กับสตูดิโอ, โรงเรียนนานาขาติและสถาบันด้านการเต้นต่างๆ มากว่า 20 ปี และมีประสบการณ์ด้านการออกแบบท่าเต้นและร่วมแสดง ให้กับงานโฆษณา งานเปิดตัวสินค้า งานแสดงบัลเล่ต์และระบำสเปนร่วมกับวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า และงานอีเว้นท์ต่างๆ มากมาย ครูหลิง อภิศร เลิศชนะพิสิฐ ครูสอนเต้นมากประสบการณ์ ที่ได้รับการเทรนจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย ครูหลิงจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะอักษรศาตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบบัลเล่ต์หลักสูตร R.A.D ในชั้น Advanced 2 จากโรงเรียนอารีย์นาฏยศิลป์ ครูหลิงผ่านการเทรนในหลักสูตร International Student Visa Program ที่ Broadway Dance Center ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลาสามเดือน ครูหลิงเข้ารับการเทรนทั้งบัลเล่ต์และระบำร่วมสมัยจาก Philippa Campbell School of Ballet ที่โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ เป็นระยะเวลาสองปี (2553-2555) และมีประสบการณ์ในการเรียนและแสดง Jazz Dance ระบำสเปน การเต้นร่วมสมัย และฮิปฮอปจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังมีผลงานการเต้นและการแสดง ควบคู่กับการสอนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ครูเวร่า กัลยรักษ์ หิรัณย์วณิชชากร สนใจการแสดงตั้งแต่เด็ก และได้สมัครเข้าศึกษาจนจบปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปการละคร อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโทในหลักสูตร Cultural Management ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้มีโอกาสไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการแสดงเพิ่มเติมและลึกซึ้งที่ The Acting Studio, Stella Adler Studio of Acting และ The Juilliard School นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งสถาบันเหล่านี้ต่างได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาบันทางการแสดงแนวหน้าของประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นได้รับปริญญาโทอีกใบหนึ่งในหลักสูตร MFA Acting (International) ที่ East 15 Acting School, University of Essex สหราชอาณาจักร และได้มีโอกาสเดินทางไปฝึกฝนการแสดงเพิ่มเติมที่สถาบัน GITIS ที่กรุง Moscow ประเทศรัสเซียอีกด้วย ครูเวร่า ได้เคยฝึกสอนการแสดงและเวิร์คชอปให้นักแสดงและศิลปิน รวมทั้งยังทำหน้าที่ Acting Coach นักแสดงเด็ก ในละครโทรทัศน์เรื่อง ฟ้าเพียงดิน (ช่อง One) และเรื่องอ้อมฟ้าโอบดิน (ช่อง 3) สอนนักแสดงในละครโทรทัศน์ของ บริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เรื่องดาวเกี้ยวเดือน นารีคงกระพัน กำไลมาศ (ช่อง 3) รวมถึง เรื่อง ลูกไม้หลายหลายต้น และ บ้านบอคอแตก (ช่อง Thai PBS) ดูแลและสอนสอนการแสดงนักแสดง น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ในละคร เรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง (ช่อง 3) เวิร์คช็อปการแสดงให้กับ เจี๊ยบ พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ละครเรื่อง กี่เพ้า(ช่อง 3) ครูกุ้ง ศิริลักษณ์ คิดชอบ เป็นนักเต้นที่มี่ผลงานมากมายในวงการบันเทิง ทั้งในฐานะนักเต้นให้ศิลปิน แกรมมี่ อาร์เอส และอีกหลากหลายค่ายเพลง อาทิ เบิร์ด คริสติน่า เจตริน เป็นต้น ครูกุ้งเป็นครูสอนเต้นที่มีประสบการณ์ออกแบบท่าเต้นให้กับรายการชิงร้อยชิงล้าน กว่า 15 ปี ออกแบบท่าเต้นให้กับรายการโทรทัศน์อื่นๆ และงานคอนเสิร์ตอีกมากมาย ด้านละครเวทีครูกุ้งก็ยังได้กำกับท่าเต้นละครร้อง เรื่อง หนามยอกเอาหนามบ่ง ครูกุ้งมีประสบการณ์ฝึกสอนศิลปินสำหรับงานเปิดตัวสินค้า โดยเคยทำงานร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ ณเดชน์ ญาญ่า อุรัศยา เบลล่า ราณี โป๊ป ธนวรรธน์ เจมส์ จิรายุ เจมส์ มาร์ มีน พีชญา มาริโอ้ เจนนี่ ชมพู่ อารยา แอน ทองประสม และนักแสดงอีกหลายท่าน ครูกุ้งยังได้ออกแบบท่าเต้น รวมทั้งโชว์ให้กับงานเปิดตัวสินค้ามากมาย ทั้งผลิตภัณฑ์สินค้า เอกชน ธนาคาร และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงการออกแบบท่าเต้นในงานส่วนราชการหลายแห่งอีกด้วย ครูกุ้งเตรียมกลั่นกรองประสบการณ์มากมายเพื่อสอนนักเรียนกับการฝึกการเต้นในระดับ Advanced ครูไก่ ไกวัล กุลวัฒโนทัย เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง มิวสิคไดเร็กเตอร์ ที่มีชื่อเสียงและมีผลงานซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทั้งในวงการดนตรี วงการขับร้องประสานเสียง วงการละครเพลง วงการภาพยนตร์ และอื่น ๆ ครูไก่สอนการขับร้องประสานเสียงและทำหน้าเป็นคอนดักเตอร์และประพันธ์เพลงให้กับ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู เดินทางไปแข่งและแสดงหลายประเทศ เช่น เยอรมัน ออสเตรีย จีน ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา จนถึง ปี 2556 ได้ก่อตั้ง "เสียงไทยคอรัส" ขึ้น โดย เสียงไทยคอรัส สามารถผ่านเข้าไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ บนเวทีประกวด Thailand's Got Talent ซีซัน 6 ในปี 2559 ครูไก่มีผลงานการประพันธ์เพลงเป็นจำนวนมาก และได้ร่วมสร้างสรรค์เพลงในละครเพลงให้กับ Dreambox หลายเรื่อง ผลงานดนตรีประกอบภาพยนตร์มีจำนวนหลายเรื่อง ดนตรีที่ได้รับรางวัลคือ ดนตรีประกอบภาพยนตร์แอนิเมชัน “พระพุทธเจ้า” ซึ่งได้รับ รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2550 และดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง “แปดวัน แปลกคน ” ซึ่งได้รับ รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2551 จากสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งประเทศไทย และ October Sonata รักที่รอคอย ได้รับรางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 18 และ รางวัล STARPICS THAI FILM AWARDS ครั้งที่ 7 ครูแนน สาธิดา พรหมพิริยะ เป็นหนึ่งในนักร้องและนักแสดงละครเพลงมากความสามารถ สมัยเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนักร้องประสานเสียงแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Chorus) จากนั้นจึงได้เริ่มเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง เพื่อการสอบร้องเพลงในระดับ LLCM จากสถาบัน London College of Music and Media ในปี 2549 หลังจากนั้น จึงได้เรียนร้องเพลงเพื่อเก็บเกี่ยวเทคนิคด้านการขับร้องกับครูอีกหลายท่าน รวมถึง ได้เข้า workshop เกี่ยวกับการสอนดนตรีและร้องเพลงมากมาย ได้แก้ Little Mozart , Dalcroze Eurhythmics workshop,Ipai teacher training workshop, และล่าสุด MVT(Modern Vocal Training) ด้วยความสามารถด้านการร้องเพลงหลากหลายแนว รวมถึง น้ำเสียงที่ไพเราะเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ครูแนน-สาธิดา ได้เข้าเข้าแข่งขันใน “World Championships of Performing Arts 2011” และได้รับเหรียญจากสาขา Pop, Broadway/Musical, Opera R&B/Soul/Jazz และ World Music ในครั้งนั้น ครูแนน-สาธิดา ได้สอนศิลปิน และนักร้องในหลายค่ายเพลง ได้แก่ SpicyDisc, Highcloud, นาดาว, Kick Records, Studio54 และอีกมากมาย ปัจจุบันสิ่งที่ครูแนน-สาธิดาภูมิใจมากคือการสอนและถ่ายทอดความรักในการขับร้องในกับนักเรียนมากมายทั้งในและนอกวงการบันเทิง ครูหง รองศาสตราจารย์ ฤทธิรงค์ จิวากานนท์ ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ FINALE ACADEMY ครูหงนักออกแบบสำหรับการแสดงคนสำคัญที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับดรีมบอกซ์มาเป็นเวลานาน เป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการละคร การออกแบบเพื่อการแสดง รวมทั้ง ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและวัฒนธรรม มีประสบการณ์ในงานสร้างสรรค์และออกแบบ ทำงานเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการแสดงมากว่า 25 ปี เมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ครูหงได้เรียนกับอาจารย์Ming Cho Lee ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน นักออกแบบฉากคนสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การละครอเมริกา โดยเฉพาะช่วงทศวรรษที่ 70 ที่พลิกโฉมหน้าวงการการละครของอเมริกาด้วยการปฏิวัติแนวคิดการออกแบบเวทีที่สร้างบทบาทกับการแสดง จนเกิดรูปแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะผลงานในยุค 1960s 1970s และพัฒนาการของผลงานจนทุกวันนี้ (Ming Cho Lee ได้รับรางวัล Tony Award for Lifetime Achievement ในปี 2013) ด้วยประสบการณ์การสร้างสรรค์ในแวดวงการแสดงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงในวงการศึกษา ครูหงได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาของโรงเรียนโดยให้คำปรึกษาด้านต่างประเทศ และการพัฒนาการเรียนการสอนให้ผู้เรียนของเราได้พัฒนาศักยภาพถึงในระดับสากล ครูพิ้ว ลัลน์ลลิต สุภัทรวณิชย์ มีประสบการณ์ในการสอนการขับร้องกว่า 20 ปี ครูพิ้วได้รับทุนการศึกษาให้เข้าเรียนที่ Purcell School of Music โรงเรียนสำหรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีที่ประเทศอังกฤษ และได้เข้าเรียนการขับร้องและดนตรีในอีกหลายสถาบันชั้นนำ อันได้แก่ Royal Academy of Music, Junior Department จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเอกขับร้องคลาสสิคจาก Goldsmiths College, University of London และในระดับปริญญาโท สาขาเอกขับร้องคลาสสิคจาก Kingston University, London และด้านการสอนดนตรี เอกขับร้อง จาก Birmingham City University นอกจากนี้ยังได้รับการฝึกอบรมด้านการร้องเพลง Musical Theatre กับ Nan Christie (อดีตนักแสดงนำจาก Phantom of the opera, West End) ได้รับ Qualified Teacher Status จากประเทศอังกฤษ สอบร้องเพลงผ่านระดับ DipABRSM จากสถาบัน ABRSM และสอบร้องเพลงผ่านระดับ LLCM จากสถาบัน London College of Music สอบเปียโนผ่านระดับ Grade 8 จากสถาบัน ABRSM และ เคยเป็นนักร้องประสานเสียง ในวงประสานเสียงเยาวชนแห่งชาติของสหราชอาณาจักร National Youth Choir of Great Britain ตลอดระยะเวลาที่สอนร้องเพลง ครูพิ้วส่งนักเรียนสอบร้องเพลงทั้งประเภทคลาสสิค และ musical theatre ได้คะแนนเป็นอันดับ 1-3 ของประเทศ สถาบัน Trinity และ ABRSM ติดต่อกันมาหลายปี และ ได้รับรางวัล Award for Excellence in Music Teaching จาก Trinity Thailand ครูอาย วาดฝัน คุณาวงศ์ เป็นหนึ่งในทีมครูสอนการแสดงที่โรงเรียน Drambox Acting Studio ดูแลการฝึกฝนทักษะทางด้านการแสดงและละครเพลงให้กับนักแสดงรุ่นเยาว์ และนักแสดงวัยรุ่นที่อยากเรียนรู้และพัฒนาฝีมือด้านการแสดงและละครเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย ครูอายได้รับปริญญาตรี สาขา Drama and Theatre Arts เกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญาโทด้านการเขียนบทละครเพลง MA Musical Theatre (Script Writing) โดยได้ผลการศึกษาระดับ Merit ที่ Goldsmiths University of London ประเทศอังกฤษ ซึ่งในช่วงที่เรียนอยู่เคยได้ เขียนบทและเนื้อเพลงของ Han the Musical จัดแสดงที่ Tristan Bates Theatre กรุงลอนดอนด้วย จากนั้นครูอายรับหน้าที่เป็นหน่วยพัฒนาธุรกิจและร่วมพัฒนาหลักสูตรสำหรับ Dreambox Acting Studio และสอนการแสดงให้กับนักเรียนในหลักสูตรอีกด้วย ครูอายได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษวิชา Script Writing ประจำภาควิชา Innovative Media Production (International Program) ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ครูอายยังมีงานเขียนอื่นๆ อีกมากมาย แปลหนังสือและเป็น Freelance Writer & Podcaster เขียนบทความวิคราะห์ซีรีส์และภาพยนตร์ รวมถึงทำ สกู๊ปสัมภาษณ์พิเศษทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษผู้กำกับและนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับสากล อาทิ ทิลด้า สวินตัน (Tilda Swinton นักแสดงหญิงชาวอังกฤษ ผู้ได้รับรางวัล Academy Awards สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ปี 2007)

  • Acting Musical | Finale Academy

    Acting For Musical หลักสูตรวิชาการแสดง ระยะเวลา 1 ปี เหมาะสำหรับผู้เรียนอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีความสนใจด้านศาสตร์การแสดงละครมิวสิคัล อยากเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการแสดงและขับร้องของตนเอง สิ่งที่จะได้รับ มีทักษะในการร้องมิวสิคัลทั้งแบบบทนำและหมู่มวล ได้เรียนรู้ทักษะในการเต้นและลีลาการเคลื่อนไหวในการใช้พื้นที่บนเวที พัฒนาความสามารถในด้านการแสดงมิวสิคัลทั้งการขับร้องและการฟัง Ear training

  • Acting for Camera | Finale Academy

    Acting For Camera หลักสูตรวิชาการแสดง ระยะเวลา 1 ปี เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีอายุ 15 ขึ้นไป ที่มีความสนใจศาสตร์ด้านการแสดงหน้ากล้อง ต้องการจะพัฒนาทักษะการแสดงของตนเอง จัดระเบียบร่างกาย เข้าใจขนาดภาพ เลนส์ มุมกล้อง และ การทำงานในกองถ่าย ฝึกการคิดและทำความเข้าใจอารมณ์ สิ่งที่จะได้รับ ได้เรียนรู้ศิลปะการแสดง ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง และ การฝึกสมาธิสำหรับการแสดง ได้เรียนรู้เทคนิคการเคลื่อนไหวและควบคุมร่างกายสำหรับใช้ในการแสดง ได้รับโอกาสในการทำงานกับนักแสดงอาชีพและผู้กำกับ เพื่อถ่ายทำซีรี่ย์สั้นๆ และชมผลงานนี้ร่วมกัน

  • Dance Coach | Finale Academy

    Dance C oach ครูทราย อนพัทย์ ขจิตสุวรรณ ครูหลิง อภิศร เลิศชนะพิสิฐ ครูกุ้ง ศิริลักษณ์ คิดชอบ

  • Founder | Finale Academy

    Founder Finale Academy l เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อโอกาสที่ดีที่สุด กับทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในวงการ Finale Academy คือ การร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Skybox Entertainment บริษัทบริหารศิลปิน-นักแสดงจากการจับมือของสองบริษทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเอ็นเตอร์เทนเมนทเ์มืองไทย Workpoint และ M Picture ร่วมกับ Dreambox เปิดโรงเรียนสอนการแสดงหลักสูตรมืออาชีพ “Finale Academy”(ฟินาเล่ อะคาเดมี) คุณโจ้ วิรัตน์ เฮงคงดี ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตละครโทรทัศน์ Workpoint และกรรมการผู้จัดการ Skybox Entertainment ครูเอื้อ เอื้ออาทร วงศ์ศิริ กรรมการผู้จัดการ Dreambox Acting Studio ครูลิง สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดง ศิลปินศิลปาธรจาก Dreambox เป็นที่ปรึกษาหลักสูตรและครูสอนวิชาการแสดงระดับ advanced สำหรับนักแสดงมืออาชีพ นอกจากนี้ ยังมีทีมครูผู้เชี่ยวชาญและอัดแน่นด้วยประสบการณ์ที่พร้อมจะมาฝึกฝนทั้งเรื่องการแสดง การสื่อสารอารมณ์, การใช้เสียง, การขับร้อง, ทักษะดนตรีและการเต้น การใช้ร่างกาย มาควบคุมหลักสูตรเพื่อเตรียมเครื่องมือ ลับคมอาวุธทางการแสดงหลากหลายรูปแบบ และเติมเต็มศักยภาพให้กับผู้เรียนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ความรู้และความสนุกสนาน พร้อมสำหรับการทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน

  • Voice Coach | Finale Academy

    Voice Coach ครูแจน วสุธิดา ปุณวัฒนา ครูพิ้ว ลัลน์ลลิต สุภัทรวณิชย์ ครูอันฉี มนัสนันท์ อักษรถึง ครูลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ ครูน้ำมนต์ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย ครูแนน สาธิดา พรหมพิริยะ ครูไก่ ไกวัล กุลวัฒโนทัย

  • Finale Academy

    หลักสูตรวิชาการแสดง ช่วยคุณได้มากกว่าที่คุณคิด🎭

  • บทความการแสดง | Finale Academy

    บทความครู Finale Academy ครูผู้สอนที่ Finale Academy ไม่ได้เป็นเพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะการแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง ทุกคลาสถูกออกแบบให้เข้มข้น เข้าถึง และเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละระดับ ครูทุกคนล้วนมีประสบการณ์ตรง จากวงการการแสดง ละครเวที ดนตรี และการกำกับ ทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดความรู้ด้วยความเข้าใจ และความใส่ใจในตัวนักเรียนอย่างแท้จริง การแสดงในการร้องเพลง Ep.1 ช่วงนี้มีการประกวดมากมาย มีหลายคนมาปรึกษา ก็เลยคิดว่า ขอแชร์เทคนิคเล็กๆน้อยๆ เอาไว้ให้นะคะ คัดมาจากประสบการณ์การเรียนการแสดง และการจัดการแสดงค่ะ การร้องเพลงบนเวทีก็คือการสื่อสารอารมณ์และเล่าเรื่องราวแบบหนึ่งเหมือนกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักร้องหลายๆคน จำเป็นต้องเรียนการแสดง ควบคู่กันไปเพื่อการแสดงอารมณ์เพลงได้อย่างพอดี และสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วย สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือคนร้อง ต้องรู้จักอารมณ์และรูปแบบ การแสดงอารมณ์ของตัวเองได้ดีก่อน องค์ประกอบของการแสดงในการร้องเพลง มีอะไรบ้าง? และจะทำอย่างไรเพื่อส่งความหมายในเพลงให้เราและ ผู้ฟังรู้สึกถึงอารมณ์ของเพลงให้ได้มากที่สุด 1. ทุกอย่างเริ่มที่วัตถุดิบในตัวเราเองเสมอ ~~ รู้จักและเข้าใจตัวเอง เข้าใจการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเองแบบละเอียด ย้ำ! ว่าต้องละเอียด เพลงส่วนมากเป็นเรื่องราวของความรักที่เป็นเรื่องเซนซิทีฟของมนุษย์ ดังนั้น เราจะต้องไม่ชุ่ยกับการถ่ายทอดความอ่อนไหวนี้ คนเราไม่ได้มีอารมณ์ใด อารมณ์เดียวเป็นสีขาวจั๊วะหรือดำปิ๊ดปี๋ มันจะมีเลเยอร์หลายๆอัน หลายๆเฉดสีปะปนอยู่เสมอ เช่น อารมณ์รัก .. สีชมพู มันมีชมพูแพนโทนเดียวซะเมื่อไหร่? คำว่ารักก็เช่นกัน มันไม่ใช่แค่รักคำเดียวจบ ลองถามตัวเองต่อว่า รักแบบไหนอ่ะ คลั่งรัก หรือรักแน่รักนาน รักแบบเติมใจให้กัน หรือรักแบบลองเชิง รักหยอกๆ เจ้าชู้ หรือจะอารมณ์เสียใจ… เสียใจอะไรอ่ะ เสียใจผิดหวัง เสียใจถูกหักหลัง เสียใจและโกรธ โกรธแค้นจนต้องสาป อะไรแบบนี้ - [ ] วิธีฝึกง่ายๆ ลองไปยืนหน้ากระจก หรือถ่ายวิดีโอตัวเองก็ได้ ลองพูดประโยคความหมายกลางๆ เช่น ”สวัสดี สบายดีไหม“ ”ไม่ได้เจอกันนานเลย“ แต่ลองเปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อยๆ รักแบบต่างๆ ผิดหวังแบบต่างๆ เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น สายตา โทนน้ำเสียง เสียงลมหายใจ หรือแม้แต่เสียงในหัวที่เปลี่ยนไป แค่นี้เราก็เห็นและเข้าใจการแสดงอารมณ์ของตัวเองได้ประมาณนึงแล้วแหละ ทดลอง explore ด้วยกิจกรรมนี้ แล้วมาแชร์กันนะคะ 2. เนื้อเพลง จะเจาะจงฟีลลิ่งมาประมาณนึงแล้ว เราจะเข้าใจเหตุผลและความต้องการของเพลง (หากเราถือเนื้อเพลงที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจ เราหาคำตอบ พวกนี้ไม่ได้ .. แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปเพลงอื่นที่เราเข้าใจมันได้ก่อน) ดังนั้น พอเข้าใจเพลง + เริ่มเข้าใจการแสดงออกของตัวเองได้แล้ว ก็กลับมาผสม inner ตัวเองและ attitude ของเพลงเข้าไปด้วยกัน 3. ท่องเนื้อเพลงให้แม่น แล้วหา movement การใช้ร่างกาย/ท่าทางบนเวทีของตัวเองให้เหมาะสมกับเพลง ”ไม่มากหรือน้อยเกินเพลง” … เพลงช้า ก็ไม่ต้องเดินไปทั่วเวทีก็ได้ there is power in stillness นิ่งไว้บ้างก็ไม่ผิด มือก็ไม่ได้เห็นจำเป็นจะต้องยกมันขึ้นมาทุกเพลง .. เพลงเร็วก็ไม่ได้แปลว่าต้องเด้งไปเด้งมาเล่นหูเล่นตาตลอดเวลา วางแผนบลอคกิ้งให้ดี ให้มันเอื้อกับความสามารถในการร้องของเราด้วย เพราะอย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของ เสียงร้อง อย่าให้สิ่งนี้ดรอป 4. ”ทำยังไงให้คนอินตาม“ อ่า… อันนี้อยากบอก เราต้องไม่ไปตั้งผลลัพธ์เป้าหมายแบบนั้น โฟกัสผิดจุด เราต้องคิดแค่ว่า หน้าที่ของเราคือเป็นผู้สื่อสาร อารมณ์เพลง อารมณ์ที่เกิดขึ้น ณ โมเม้นต์ของการร้อง (ใช่ค่ะมันจะคล้ายๆการเรียนละครนั่นแหละ ทุกอย่างต้องรู้สึกจริงในชั่วเวลาขณะนั้น) ~~ ถ้าคนร้องอินกับเนื้อเพลง อินกับดนตรี อินกับสถานการณ์ของเพลง … คนดูจะอินตามเองค่ะ ปล.ไว้ว่า อันนี้จะไม่เหมือนการร้องเพลงแบบละครเพลง musical เพราะการแสดงชนิดนี้ต้องอาศัยการกระโจนเข้าไปเป็นตัวละครด้วย ซึ่งก็จะท้าทายกว่า นิดหน่อย คนละโจทย์กัน แต่จะแบบไหน ก็ต้องฝึก acting training พื้นฐานเดียวกันทั้งหมด ในฐานะคนดู เวลาที่เราดูการแสดงร้องเพลง แน่นอนว่าเราดูหลายอย่าง การแสดงสดที่เราร้องบนเวที อย่าลืมว่าผู้ชมผู้ฟังเห็นเราตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่นี่ ไม่ใช่การมองที่จับผิด .. แต่ผู้ชมทุกคนล้วนพร้อมเปิดใจ เปิดหู เปิดตาเพื่อฟังเพลง เป็นการดูที่ผู้ชมพร้อมจะกระโจนเข้าไปในเรื่องราวที่นักร้องถ่ายทอดออกมาทั้งสิ้น บางทีคนร้อง/คนแสดงนั่นแหละไปที่คิดมากเกินไป จนเกร็งไปหมด ใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป trust the process ให้เวลาตัวเองได้ลองผิดลองถูกบ้าง ขอแค่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ จะโชว์ร้องเพลงแบบไหน เราก็มั่นใจว่าเอาอยู่ทุกมิติทั้ง Eyes. Lip. Attitude. - Eyes สายตาที่สื่อสาร - Lip เข้าใจคำที่ตัวเองร้องออกมา - Attitude อารมณ์เพลงใช่ มันจะออกมาเป็น the unique, right combination ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเราเองได้เป็นอย่างดี ครูเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนนะคะ! ครูเอื้อเอง #FINALEAcademy #ActingAcademy #เรียนการแสดง #คอร์สสอนการเแสดง #ActingClass #นักแสดง #การแสดง #คอร์สการแสดง #ฟินาเล่อะคาเดมี่ #เรียนการแสดง #มิวสิคัล #ละครเพลง #เรียนมิวสิคัล #เรียนร้องเพลง การแสดงในการร้องเพลงและความท้าทายของมัน Ep.2 ช่วงนี้ดูจะเป็นฤดูกาลแห่งการประกวดร้องเพลงอีกครั้ง และเหมือนทุกปี จะมีนักเรียนหลายคนที่ร้องเก่งมาก ๆ แต่มาพร้อม ความเครียดและความคาดหวังมหาศาลที่วางไว้บนไหล่ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนยอมรับตั้งแต่ต้นคือ — “ความไม่เพอร์เฟกต์ คือ ความจริง” บนเวที (โดยเฉพาะเวทีละครเพลง,ละครเวที ซึ่งเป็นที่ๆเราคุ้นเคย เข้าใจและได้รับการหล่อหลอมเติบโตมา) เราไม่ได้ต้องการ “โชว์ที่สมบูรณ์แบบ” แต่ต้องการ “โมเมนต์ที่มีชีวิต” … นักแสดงและนักร้องจึงต้องฝึกการ “trust the moment” มากกว่าการหาผลลัพธ์ที่ “perfect” เพราะคำว่าเพอร์เฟกต์ของแต่ละคน ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ของอร่อยยังตัดสินไม่เหมือนกันเลย ไม่อยากให้ยึดติดกับคำว่า สมบูรณ์แบบ แต่ขอให้ยึดที่คำว่า ฉันจะดีขึ้นในทุกๆครั้งที่ได้ลงมือฝึกฝน อีกอย่าง… จะมือเป๊ะ ท่าพร้อม หน้าพร้อม แต่ถ้าดวงตาไม่มีชีวิต ก็ไม่มีความหมาย ต้องลองฝึกที่จะอยู่กับความจริงของเพลง ตั้งแต่โน้ตแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย และให้กระบวนการนั้นนำพาเราไปสู่ “ความสมจริงทางอารมณ์” แทนที่จะตั้งเป้าว่ามันต้องหรูเริ่ดไร้ที่ติ ~ ความท้าทายของเพลงช้า เพลงเศร้า ตลอดเวลาที่ได้ทำงานในบทบาทต่าง ๆ — ครู, โค้ช, โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ หรือผู้ออกแบบการแสดง ไม่เคยแนะนำให้ “ร้องด้วยอารมณ์เศร้านำทาง” เลย แต่จะพยายามพานักเรียนให้เข้าใจให้ได้ว่า “อย่าพยายามแสดงอารมณ์เศร้า แต่ขอให้เข้าใจว่า ทำไมความรู้สึกนั้นถึงเข้ามาอยู่ในตัวเรา” Acting a Song คือการฝึกเป็นมนุษย์ที่ซื่อสัตย์กับความต้องการ และซื่อตรงกับอารมณ์ของตัวเอง การตีความเพลงจึงไม่ใช่แค่การหาคำตอบว่า “ร้องทำไม” แต่สามารถลงไปลึกกว่านั้นได้คือการค้นหา Objective ของเพลง — “สิ่งที่เราต้องการในเพลงนี้คืออะไร” และเมื่อเจอจุดนั้น แล้วผสมกับ “วัตถุดิบในตัวเราเอง” คือประสบการณ์ชีวิตและความเข้าใจของเรา ศิลปินจึงจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถขึ้นโชว์ได้ดี ~ Outer vs. Inner (และพลังของการกำกับ) บางคนร้องดี มี movement ครบ แต่ไม่เข้าใจ objective ของเพลง ผลลัพธ์คืออาจจะดู outer (ภายนอก) มากกว่า inner (ภายใน) ถามว่าผิดไหม — ก็ไม่ผิดเสมอไป แค่ความกลมกล่อมแบบนั้นเกิดขึ้นยากมาก และต้องอาศัยครูที่ craft การแสดงได้ละเอียดจริง ๆ และมีประสบการณ์มากพอที่จะไกด์ผู้เรียนได้ให้เข้าใจ เพลงทุกเพลง ถ้าขึ้นเวที มันคือการแสดง และทุกการแสดงต้องการ “การกำกับ” ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ทำให้เราเปลี่ยนจาก 'การเล่นภายนอก' มาเป็น 'ความจริงจากภายใน' และนี่แหละคือความท้าทายของครู เพราะมันไม่ใช่แค่การสอน แต่คือ “การออกแบบการแสดงบนเวที” ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์ ศิลป์ ประสบการณ์ และเวลา เรียกได้ว่าแทบจะเป็นงานแบบ 1:1 ระหว่างครูและนักเรียนทุกครั้ง และเราต้องไม่ลืมว่า การแสดงมีหลายเทคนิค การจะเอาแค่หนึ่งวิธีไปทำนั้น มันไม่เวิร์คเสมอไป ขาดบ้างเกินบ้าง ครูต้องใส่ใจที่จะหาจุดที่ลงตัวของนักเรียนให้เจอ ~ เวลากับการเติบโต นักเรียนต้องการเวลา ครูก็ต้องการเวลา อย่าเร่งจนเครื่องในสะเทือนไปหมด (Gentle reminder: แต่ก็ต้องไม่ขี้เกียจหรือผลัดวันไปเรื่อย) โดยเฉพาะน้อง ๆ วัยเด็ก — อย่าเลือกเพลงหรือโจทย์ที่เกินวัยเกินไปจนทำความเข้าใจเพลงไม่ได้ เพราะนั่นคือการติดกระดุมกระบวนการเม็ดแรกเบีัยว (บางทีการประกวดจะต้องเน้นเทคนิค อันนี้ก็เข้าใจได้ แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงว่าจะอ่อนเรื่องการแสดง และสุดท้ายก็ต้องมาส่งครูแอคติ้งแบบมีเวลาให้แค่ครั้งสองครั้ง แฟร์กับครูทางนี้กี่โมงงงงง) เด็ก ๆ สามารถค่อย ๆ ฝึกเข้าใจอารมณ์ต่าง ๆ ได้ ภายใต้การดูแลของครูที่เข้าใจศาสตร์การแสดงแบบนี้จริง ๆ และเมื่อเติบโตขึ้นและมีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น ระดับของ emotional intelligence จะลึกซึ้งขึ้นตามไปเอง และนี่แหละคือเหตุผลที่ว่า “การเรียนการแสดงไม่มีวันสิ้นสุด” เพราะตราบใดที่เรายังเป็นมนุษย์ ศิลปะ (Arts) และมนุษยศาสตร์ (Humanities) ก็จะเป็นของคู่กันเสมอ เดี๋ยวนี้ทุกคนเก่งกันมากจริงๆ คนร้องเพลงเพราะมีอยู่ทุกที่เลย ชื่นชมนะคะ ~~ ส่งท้ายของ Ep นี้ ขอฝากไว้ว่า : เสียงร้องที่จริงใจ ย่อมดีกว่าเสียงที่ เพราะแต่ไม่มี “หัวใจ” หรือ ”เรื่องราว“ อยู่ในนั้น ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังฝึกฝนตัวเอง มันไม่ง่าย แต่ก็คุ้มค่ามาก โลกของการแสดงยังมีพื้นที่ให้ทดลองและค้นพบอีกเยอะมาก ที่จะช่วยให้ก้าว ข้ามจากการ "ร้องเพลง“ เป็น ”แสดงเพลง“ ด้วยการใช้เครื่องมือการแสดงเพื่อตีความอย่างลึกซึ้ง สู้ต่อไปค่ะ นัดมาเจอกันได้นะคะที่ฟินาเล่ (Finale Academy หรือ Finale Play ก็ได้) เรามีหลักสูตรและทีมคุณครูคอยดูแลเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ ยินดีมากๆ หากท่านใดอยู่ไกล ทักมาคุยกันดูนะคะ เขียนไว้ให้เผื่อจะเป็นประโยชน์กับนักเรียนและครู หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจเรื่องนี้นะคะ มันสนุก มันท้าทาย เวลาสอนไม่เคยกั๊ก มักเกินเวลา เวลาเขียนก็ ไม่กั๊กเหมือนกัน เลยยาวเหยียดเลย 555 ไม่รู้จะเก็บไว้คนเดียวทำไม เอื้ออยากให้คนสนใจด้านการแสดงและมิวสิคัลกันเยอะๆ ครูเอื้อเอง #FINALEAcademy #ActingAcademy #เรียนการแสดง #คอร์สสอนการเแสดง #ActingClass #นักแสดง #การแสดง #คอร์สการแสดง #ฟินาเล่อะคาเดมี่ #เรียนการแสดง #มิวสิคัล #ละครเพลง #เรียนมิวสิคัล #เรียนร้องเพลง

Address

8 Pattanawej (Pridi 26)

Sukhumvit 71 Rd.

Bangkok 10110

Contact

line: @finale_academy

email: finaleacademy@gmail.com

tel: 061-1836678 , 081-5534442

Follow us

  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
  • Youtube
  • TikTok

finale_academy

© 2023 by Finale Academy

bottom of page